ข้ามไปเนื้อหาหลัก
พระโพธิสัตว์เป็นพญาอินทรีผู้มีอุเบกขา
ชาดก 547 เรื่อง
504

พระโพธิสัตว์เป็นพญาอินทรีผู้มีอุเบกขา

Buddha24 AIปกิณณกนิบาต
ฟังเนื้อหา

นิทานชาดกที่ 504: พระโพธิสัตว์เป็นพญาอินทรีผู้มีอุเบกขา

ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ท้องทุ่งอันกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา ปกคลุมไปด้วยพงหญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นตระหง่านเป็นหย่อมๆ แวดล้อมด้วยขุนเขาที่ทอดตัวยาวเหยียดจรดขอบฟ้า ณ ทุ่งแห่งนั้นเป็นที่อาศัยของฝูงนกนานาชนิด แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือ พญาอินทรี ผู้สง่างาม ท่ามกลางบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลาย เขาคือนายแห่งเวหา เป็นเจ้าผู้ปกครองผืนฟ้า ด้วยปีกอันทรงพลังที่กางออกได้ถึงสิบสองศอก ดวงตาอันแหลมคมที่มองเห็นเหยื่อได้จากระยะไกลหลายโยชน์ และความองอาจผึ่งผายที่ทำให้ทุกสรรพชีวิตต้องยำเกรง

พญาอินทรีผู้นี้มิใช่พญาอินทรีธรรมดา แต่เป็น พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติมาเพื่อบำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่ พระองค์ทรงมีจิตใจที่ประกอบด้วย อุเบกขา อย่างสมบูรณ์ ไม่เคยมีโทสะ ไม่เคยมีความยินดียินร้ายจนเกินพอดี ทรงดำรงตนอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างสงบนิ่ง ทอดมองสรรพสิ่งด้วยสายตาแห่งปัญญา

ในเวลาเดียวกัน ณ ป่าอีกฟากหนึ่งของขุนเขา เป็นที่อยู่ของ พญานกแร้ง ผู้มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว หน้าตาซีดเซียว ขนหรอมแหรม มีนิสัยกระหายเลือด โลภโมโทสัน และเต็มไปด้วยความพยาบาท พญานกแร้งนี้เป็นศัตรูคู่แค้นของพญาอินทรีมาเนิ่นนาน ด้วยความริษยาในเกียรติยศและอำนาจของพญาอินทรี

วันหนึ่ง ท้องฟ้าอันสดใสพลันมืดครึ้มไปด้วยเมฆฝน พายุโหมกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ต้นไม้ใหญ่เอนลู่ไปตามแรงลม นกน้อยใหญ่พากันหลบภัยกันจ้าละหวั่น ท่ามกลางพายุนั้นเอง พญานกแร้งก็สำแดงฤทธิ์ออกมา มันบินโฉบเฉี่ยวไปมา ส่งเสียงร้องกู่ก้องอย่างบ้าคลั่ง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! สายฟ้าฟาดลงมาสักทีสิ! ลมเอ๋ย จงพัดแรงขึ้นอีก! ข้าจะใช้โอกาสนี้จัดการกับเจ้าพญาอินทรีจอมปลอมนั่น!” พญานกแร้งตะโกนก้องแข่งกับเสียงฟ้าร้อง

ขณะนั้นเอง พญาอินทรีก็กำลังพักผ่อนอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ที่แข็งแรงที่สุดในฝูงกิ่งหนึ่งของต้นไม้ที่อยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุด พระองค์ทรงมองดูพายุด้วยสายตาที่สงบนิ่ง ไม่หวั่นไหว

ทันใดนั้น พญานกแร้งก็พุ่งเข้าใส่พญาอินทรีด้วยความเร็วสูง กรงเล็บอันแหลมคมของมันพุ่งตรงไปยังร่างของพญาอินทรี

“แกจะมาทำอะไรข้า พญานกแร้ง?” พญาอินทรีถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ไม่มีความโกรธแม้แต่น้อย

“แกจะตาย! ด้วยความริษยาของข้า! แกมันดีเกินไป! ข้าทนไม่ได้!” พญานกแร้งตอบกลับด้วยเสียงอันเกรี้ยวกราด

แต่พญาอินทรีก็เพียงแค่กางปีกออกเล็กน้อย ลำตัวของพระองค์เบี่ยงหลบหลีกการโจมตีของพญานกแร้งได้อย่างง่ายดาย ราวกับว่าพายุฝนที่โหมกระหน่ำอยู่นั้นไม่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของพระองค์เลย

“ความริษยาเป็นเพลิงที่เผาผลาญจิตใจเจ้าเอง พญานกแร้ง” พญาอินทรีกล่าว “เมื่อเจ้าปล่อยวางความริษยาได้แล้ว เจ้าจะพบความสงบสุข”

พญานกแร้งไม่ฟังคำเตือน มันพุ่งเข้าโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทุกครั้ง พญาอินทรีก็หลบหลีกได้อย่างสง่างาม ราวกับกำลังร่ายรำอยู่ในอากาศ

“เจ้าโง่! เจ้าคิดว่าการหลบหลีกจะทำให้เจ้าปลอดภัยได้งั้นรึ?” พญานกแร้งตะโกนเย้ยหยัน

“ข้าไม่ได้หลบหลีกเพื่อความปลอดภัย แต่เพื่อไม่ให้ความโกรธเข้าครอบงำจิตใจของข้า” พญาอินทรีตอบ

พายุเริ่มอ่อนกำลังลง แสงแดดเริ่มส่องลอดเมฆออกมา พญานกแร้งหมดแรงจากการโจมตีอย่างไม่ลดละ แต่มันยังคงไม่ยอมแพ้

“สุดท้ายแกก็ต้องเหนื่อย! แล้วข้าจะจัดการแก!” พญานกแร้งยังคงพยายาม

แต่พญาอินทรีกลับนิ่งสงบดุจหินผา พระองค์ไม่เคยแสดงอาการเหนื่อยล้า หรือโกรธเคือง พลันพญาอินทรีก็กล่าวขึ้น

“พญานกแร้งเอ๋ย จงมองดูรอบตัวเจ้า”

พญานกแร้งหันไปมองตามที่พญาอินทรีบอก มันเห็นเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายกำลังออกมาจากที่หลบภัย ลำธารที่เคยแห้งเหือดกลับเต็มไปด้วยน้ำ ฝูงกวางน้อยกำลังดื่มน้ำอย่างชื่นฉ่ำ

“เจ้าเห็นหรือไม่? พายุได้พัดพาสิ่งที่ไม่ดีออกไป และนำพาสิ่งดีๆ กลับมา ความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาของโลก” พญาอินทรีกล่าว “หากเจ้ามัวแต่ขุ่นเคืองและริษยา เจ้าก็จะพลาดโอกาสที่จะได้เห็นความงามของโลก”

พญานกแร้งยืนนิ่งไป พลันมันก็รู้สึกถึงความว่างเปล่าในจิตใจ ความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงร่างกาย แต่เป็นความเหนื่อยล้าของจิตใจที่เต็มไปด้วยความโกรธและความริษยา

“ข้า…ข้าเหนื่อยเหลือเกิน” พญานกแร้งกล่าวเสียงแผ่วเบา

“เมื่อใดที่เจ้าปล่อยวางความทุกข์ที่เกิดจากความริษยา เจ้าก็จะพบกับความสงบ” พญาอินทรีกล่าว “ข้าไม่เคยโกรธเจ้า ข้าเพียงแค่เห็นว่าเจ้ากำลังทำร้ายตัวเอง”

พญานกแร้งมองพญาอินทรีด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ในแววตาของพญาอินทรีนั้น ไม่มีความเกลียดชัง หรือแม้แต่ความสมเพช มีเพียงความเมตตาที่แผ่ซ่านออกมา

“ข้า…ข้าไม่เคยเข้าใจเลย” พญานกแร้งกล่าว

“เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกสิ่งในทันที เพียงแค่เริ่มต้นที่จะมองโลกด้วยใจที่สงบ” พญาอินทรีกล่าว

หลังจากวันนั้น พญานกแร้งก็ไม่ได้โจมตีพญาอินทรีอีกต่อไป มันเริ่มที่จะสังเกตการณ์โลก และลองทำความเข้าใจในสิ่งที่พญาอินทรีพูด แม้ว่ามันจะยังคงมีนิสัยบางอย่างที่ยากจะเปลี่ยนแปลง แต่มันก็เริ่มที่จะมีความคิดที่จะพยายาม

พญาอินทรีผู้มีอุเบกขา ยังคงดำรงตนอยู่บนยอดเขาสูง ทอดมองดูสรรพชีวิตน้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ใต้ปีกอันกว้างใหญ่ของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นดั่งประภาคารแห่งความสงบ เป็นแบบอย่างแห่งการปล่อยวาง และเป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้ในท่ามกลางพายุแห่งอารมณ์ร้าย พลังแห่งอุเบกขาก็สามารถนำพาไปสู่ความสงบสุขได้เสมอ

คติธรรม

ความโกรธและความริษยาเป็นเหมือนเพลิงที่เผาผลาญจิตใจตนเอง การมีอุเบกขาต่อสรรพสิ่งและต่ออารมณ์ของตนเอง จะนำมาซึ่งความสงบสุขที่แท้จริง

บารมีที่บำเพ็ญ

อุเบกขาบารมี

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความโกรธและความริษยาเป็นเหมือนเพลิงที่เผาผลาญจิตใจตนเอง การมีอุเบกขาต่อสรรพสิ่งและต่ออารมณ์ของตนเอง จะนำมาซึ่งความสงบสุขที่แท้จริง

บารมีที่บำเพ็ญ: อุเบกขาบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สิงคลชาดก
55เอกนิบาต

สิงคลชาดก

นักปราชญ์ผู้สละทิฐิณ แคว้นมคธอันไพบูลย์ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่อาณาจักรยังคงปกครองโดยกษัตริ...

💡 ความรู้ที่แท้จริงนั้นมาพร้อมกับความอ่อนน้อมถ่อมตน การยึดติดในทิฐิมานะจะปิดกั้นหนทางสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง.

สัญชัยชาดก
349จตุกกนิบาต

สัญชัยชาดก

สัญชัยชาดกในป่าอันกว้างใหญ่ มีแม่น้ำสายหนึ่งไหลเอื่อยๆ ริมฝั่งแม่น้ำเป็นที่ตั้งของเมืองสาวัตถี มีผู้...

💡 ปัญญาและความซื่อสัตย์ เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหา และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น

มุสิกชาดก
27เอกนิบาต

มุสิกชาดก

มุสิกชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง นครราชคฤห์ตั้งตระหง่านอยู่ภายใต้ร่มเงาของภู...

💡 อย่าดูถูกสิ่งใดที่เล็กน้อย หรือผู้ที่ดูด้อยกว่า เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจมีพลังและความสามารถที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราคาดคิด หากเรารู้จักใช้สติปัญญาในการสังเกต และการประยุกต์ใช้ให้ถูกวิธี

มหานารทชาดก
249ทุกนิบาต

มหานารทชาดก

มหานารทชาดกในยุคโบราณกาล เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงอุบัต...

💡 การมีเมตตาต่อสรรพสัตว์ ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดีงาม และการไม่เบียดเบียนผู้อื่นคือหนทางแห่งความสงบสุข

สุวรรณหังสชาดก
167ทุกนิบาต

สุวรรณหังสชาดก

สุวรรณหังสชาดก ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร และมีผู้คนดำรงชีวิตด้วยความสงบร่มเย็นมา...

💡 ความโลภเป็นบ่อเกิดแห่งความหายนะ การหลอกลวงผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งผลกรรมที่เลวร้าย การยึดมั่นในคุณธรรมและความสัตย์จริงย่อมนำพาไปสู่ความสงบสุข

พิลักขชาดก
243ทุกนิบาต

พิลักขชาดก

พิลักขชาดกครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองสาวัตถี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า พิลักขะ ซึ่งหมายถึง 'ผู้มีขนดก...

💡 ความตระหนี่เป็นกิเลสที่นำไปสู่อบายภูมิ การทำบุญให้ทานด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และเลื่อมใส ย่อมได้รับผลบุญอันยิ่งใหญ่ และสามารถช่วยบรรเทาโทษจากกรรมเก่าได้

— Multiplex Ad —